ชื่อทางการ : สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore)
เมืองหลวง : สิงคโปร์ (Singapore)
ศาสนาประจำชาติ : ไม่มีศาสนาประจำชาติ (ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ
รองลงมา คือ อิสลาม คริสต์ ฮินดู และลัทธิเต๋า)
ดอกไม้ประจำชาติ : กล้วยไม้แวนด้า มิส โจควิม (Vanda Miss Joaquim)
วันชาติ : 9 สิงหาคม
วันที่เป็นสมาชิกอาเซียน : 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 (สมาชิกก่อตั้ง)
ภาษาประจำชาติ : ภาษามาเลย์ หรือ ภาษามลายู
ภาษาราชการ : อังกฤษ จีน มาเลย์ และภาษาทมิฬ
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
สิงคโปร์เป็นนครรัฐที่ตั้งอยู่บนเกาะ
มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 697 ตารางกิโลเมตร
(มีขนาดเท่ากับเกาะภูเก็ตของไทย) โดยจะเป็นเกาะใหญ่หนึ่งเกาะ (เกาะสิงคโปร์)
และเกาะเล็กๆ อีกมากกว่า 60 เกาะ
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรมลายู ทางทิศเหนือติดกับช่องแคบยะโฮร์
ทิศใต้ติดกับช่องแคบสิงคโปร์ ทิศตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้
และทิศตะวันตกติดกับช่องแคบมะละกา
ภูมิประเทศ
ในภาคตะวันตกและภาคกลางของประเทศจะเป็นเนินเขา
โดยภาคกลางจะมีเนินเขาที่เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำที่สำคัญของสิงคโปร์
พื้นที่บริเวณชายฝั่งของสิงคโปร์จะมีลักษณะเว้าแหว่งเหมาะที่จะเป็นท่าเรือ
ภูมิอากาศ
สิงคโปร์อยู่ในเขตอากาศร้อนชื้นและมีฝนตกชุก ประเทศนี้มีอุณหภมิคงที่
ไม่มีการแบ่งแยกฤดูกาลที่ชัดเจน ในช่วงเดือนมิถุนายน – กรกฎาคม จัดเป็นเดือนที่ร้อนที่สุด และในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคมจะเป็นช่วงมรสุม
ประชากร
มีจำนวนประชากรประมาณ 5.08 ล้านคน เป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก และประชากรก็มีความหลากหลายของเชื้อชาติ
ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีน รองลงมาจะเป็นชาวมาเลย์ และชาวอินเดีย
การเมืองการปกครอง
สิงคโปร์ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา
มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐ (มีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี) มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด และแบ่งอำนาจการปกครองออกเป็น 3 ส่วน คือ สภาบริหาร รัฐสภา และสภาตุลาการ
เศรษฐกิจและทรัพยากรที่สำคัญ
สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีพื้นที่จำกัดและมีแหล่งทรัพยากรธรรมชาติอยู่น้อย
สินค้าส่งออกที่สำคัญจึงเป็นพวกเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ
น้ำมันสำเร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า และส่วนประกอบอากาศยานและอุปกรณ์การบิน
ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญก็จะเป็นพวก พลังงาน อาหาร และวัตถุดิบในงานอุตสาหกรรม
เช่น ยางพารา
ประวัติ
*ในศตวรรษที่ 3 ของประวัติศาสตร์จีน มีการกล่าวถึงสิงคโปร์เป็นครั้งแรก ในชื่อของ
โปหลัวชาง (Pu-Luo-Chung) ที่หมายถึงปลายสุดของคาบสมุทร
*เดิมสิงคโปร์เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า
เทมาเส็ก (Temasek) หรือ ทูมาสิก (Tumasik) มีกษัตริย์เป็นผู้ปกครอง
*ในศตวรรษที่ 13 เจ้าชายแสง นิลา อุตามา (Sang Nila
Utama) แห่งปาเลมบัง (Palembang) (นครพระราชอาณาจักรศรีวิชัยประเทศอินโดนีเซีย)
เดินทางออกมาแสวงหาสถานที่สำหรับสร้างเมืองใหม่
และได้สร้างเมืองขึ้นที่บริเวณเกาะเทมาเส็กและเปลี่ยนชื่อเป็น สิงหปุระ (Singapura)
*ในพ.ศ.2054 สิงคโปร์ตกเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส
*ในพ.ศ.2434 เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ (Sir Stamford
Raffles) ตัวแทนของบริษัทบริติชอินเดียตะวันออก (The British East India Company) เดินทางมาตกลงการค้ากับสุลต่านผู้ปกครองสิงคโปร์
โดยมีการลงนามทำข้อตกลงเพื่อให้สิทธิ์แก่อังกฤษในการก่อตั้งสถานีการค้าที่สิงคโปร์และจัดตั้งเป็นท่าเรือปลอดภาษี
สำหรับประเทศแถบเอเชียรวมถึงสหรัฐอเมริกาและตะวันออกกลาง
และต่อมาก็ยึดครองสิงคโปร์ไว้ได้
*ในช่วงสงครามโลกครั้งที่
2 สิงคโปร์ตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่นแต่หลังจากสิ้นสุดสงคราม
สิงคโปร์ก็กลายเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษอีกครั้ง
*ในพ.ศ.2506 สิงคโปร์ได้รับเอกราชจากอังกฤษและเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐมลายา
หรือมาเลเซีย
*ในพ.ศ.2508 สิงคโปร์แยกตัวออกจากมาเลเซีย และประกาศตัวเป็นเอกราช
ตั้งแต่นั้นมาสิงคโปร์ก็พยายามพัฒนาและปรับปรุงประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า
และประชากรมีมาตรฐานคุณภาพชีวิตที่สูงสุด
สถานที่ท่องเที่ยว
เกาะเซ็นโตซ่า(Sentosa)
เกาะแห่งความสนุกของการท่องเที่ยว
เมื่อก่อน เกาะเซ็นโตซ่า (Sentosa) ชื่อว่าเกาะแห่งความตาย
แต่เดิมเกาะแห่งนี้เป็นหมู่บ้านของชาวประมง และต่อมาเกิดโรคระบาด
คนบนเกาะจำนวนมากต้องเสียชีวิตลง จึงได้มีการตั้งชื่อเกาะตามภาษามาลายูว่า บลากัง
มาติ (Balakang Mati) ซึ่งหมายถึงเกาะแห่งความตาย ต่อมาสมัยสงครามโลก
อังกฤษได้เข้ามาทำเกาะนี้เป็นป้อมปราการเพื่อป้องกันการโจมตีทางน้ำ
เมื่ออังกฤษถอนทัพไปในปี 1968
รัฐบาลสิงคโปร์จึงได้ปรับปรุงเกาะให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเปลี่ยนชื่อเกาะเป็นเซ็นโตซ่า
(Sentosa) ซึ่งหมายถึงสันติภาพและความสงบสุข และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการในปี
1972 เป็นต้นมา
การเดินทางมาเกาะเซ็นโตซ่า
จะสามารถเดินทางมาได้ทั้งหมด 3 ทาง คือ Sentosa Express (รถไฟ), Cable Car (กระเช้าลอยฟ้า)
และ รถประจำทาง
เมอร์ไลออน หรือ สิงโตทะเล
แต่เดิมรูปปั้นนี้ตั้งอยู่ที่สวนสิงโตทะเล
(Merlion Park) ข้างๆสะพานเอสพลาเนด (Esplanade Bridge) แม่สิงโตและลูกสิงโตได้กลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยว
มีการจัดพิธีติดตั้งสิงโตทะเลในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1972 โดยมีประธานในพิธีคือนายกรัฐมนตรีของสิงคโปร์ ณ เวลาดังกล่าว
ซึ่งก็คือ นายลี กวน ยู
สิงโตตัวนี้สูง 8.6 เมตร มีน้ำหนัก 70 ตัน
ทำจากวัสดุจำพวกซีเมนต์
โดยช่างฝีมือชาวสิงคโปร์ผู้เสียชีวิตไปแล้วที่ชื่อนายลิมนังเซ็ง
ส่วนรูปปั้นสิงโตทะเลตัวที่สองจะมีขนาดเล็กกว่า ขนาดสูง 2 เมตรและหนัก 3 ตัน
ก็ถูกสร้างขึ้นโดยนายลิมเช่นกัน ตัวสิงโตทำจากวัสดุจำพวกซีเมนต์
ผิวหนังทำจากแผ่นกระเบื้อง และตาทำจากถ้วยชาสีแดงขนาดเล็ก
การแต่งกาย
สิงคโปร์ไม่มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง
เนื่องจากประเทศสิงคโปร์แบ่งออกเป็น 4 เชื้อชาติหลัก
ๆ ได้แก่ จีน มาเลย์ อินเดีย และชาวยุโรป
ซึ่งแต่ละเชื้อชาติก็มีชุดประจำชาติเป็นของตนเอง เช่น ผู้หญิงมลายูในสิงคโปร์
จะใส่ชุดเกบาย่า (Kebaya) ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส
ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ หากเป็นชาวจีน ก็จะสวมเสื้อแขนยาว คอจีน เสื้อผ้าหน้าซ่อนกระดุม
สวมกางเกงขายาว โดยเสื้อจะใช้ผ้าสีเรียบหรือผ้าแพรจีนก็ได้




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น