ชื่อทางการ :
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist
Republic of Vietnam)
เมืองหลวง :
ฮานอย (Hanoi)
ศาสนาประจำชาติ :
ไม่มีศาสนาประจำชาติ (ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ รองลงมาเป็นคริสต์ และอิสลาม)
ดอกไม้ประจำชาติ : ดอกบัว (Lotus) หรือเรียกว่า “ดอกไม้แห่งรุ่งอรุณ”
วันชาติ : 2 กันยายน
วันที่เป็นสมาชิกอาเซียน : 28 กรกฎาคม พ.ศ.2538
ภาษาประจำชาติ :
ภาษาเวียดนาม
ภาษาราชการ
: ภาษาเวียดนาม
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
เวียดนาม
มีลักษณะพื้นที่เป็นแนวยาวคล้ายตัว S มีพื้นที่ประมาณ
331,690 ตารางกิโลเมตร (3 ใน 5 ของไทย หรือ ประมาณ 65%) ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของคาบสมุทรอินโดจีน
ทางทิศเหนือติดกับประเทศจีน ทิศใต้ติดกับทะเลจีนและอ่าวไทย
ทิศตะวันออกติดกับอ่าวตัวเกี๋ยและทะเลจีน
และทิศตะวันตกติดกับประเทศกัมพูชาและประเทศลาว
ภูมิประเทศ
พื้นที่ของเวียดนามส่วนใหญ่จะเป็นภูเขาสูง (โดยเฉพาะทางภาคเหนือ)
คั่นระหว่างที่ราบลุ่มแม่น้ำแดง
และตอนใต้เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงนอกจากนี้ยังมีชายฝั่งทะเลแคบๆ
ที่ยาวจากเหนือจรดใต้
ภูมิอากาศ
เวียดนามอยู่ในพื้นที่มรสุมเขตร้อน ทางภาคเหนือของประเทศจะมี 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – เมษายน)
ฤดูร้อน (พฤษภาคม – สิงหาคม)
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน)
และฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์)
ส่วนทางภาคกลางและภาคใต้จะมีเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูฝน
(พฤษภาคม – ตุลาคม)
และฤดูแล้ง (ตุลาคม – เมษายน)
ประชากร
มีจำนวนประชากรประมาณ 86 ล้านคน
ส่วนใหญ่เป็นชาวเวียด รองลงมาจะเป็นชนกลุ่มน้อย ชาวเขา และชาวเขมร
การเมืองการปกครอง
เวียดนามปกครองด้วยระบอบสังคมนิยม โดยมีพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม (Communist Party of Vietnam: CPV) เป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวในประเทศ
โครงสร้างการปกครองของเวียดนามแบ่งออกเป็น 3 ระดับคือ
*สภาแห่งชาติ (The National Assembly หรือ Quoc-Hoi) เป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ
มีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการออกกฎหมายต่างๆ นอกจากนี้
ยังมีอำนาจให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งและถอดถอนประธานาธิบดี
นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี
*องค์กรฝ่ายบริหาร
ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและบริหารประเทศ
*รัฐบาลท้องถิ่น
(People’s Committee of Province) เวียดนามมีสภาประชาชนและคณะกรรมการประชาชนประจำท้องถิ่นเป็นองค์กรบริหารสูงสุดประจำท้องถิ่น
โดยรัฐบาลท้องถิ่นจะบริหารงานตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
และกฎระเบียบที่รัฐบาลกลางบัญญัติไว้
เศรษฐกิจและทรัพยากรที่สำคัญ
เวียดนามจัดได้ว่าเป็นประเทศหนึ่งที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว
อีกทั้งเวียดนามยังเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง
ทำให้เวียดนามมีทรัพยากรธรรมชาติสำคัญๆ มากมาย
และยังมีพื้นที่ที่เหมาะแก่การเพาะปลูกอีกด้วย เวียดนามมีพืชเศรษฐกิจสำคัญ คือ
ข้าวเจ้า ยางพารา ชา กาแฟ และยาสูบ สำหรับแร่ส่งออกที่สำคัญ คือ เหล็ก
ถ่านหินแอนทราไซต์ นอกจากนี้ยังมีก๊าซธรรมชาติและน้ำมันอีกด้วย
*ช่วงประมาณ 700 ปีก่อนพุทธกาล – พ.ศ.1481 ประเทศเวียดนามตกอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์จีน
ทำให้ได้รับอิทธิพลด้านศิลปวัฒนธรรม การปกครอง และแนวคิดขงจื้อมาจากจีน
*ในพ.ศ.2344 เวียดนามได้รับอิสรภาพจากจีน ด้วยความช่วยเหลือจากเมอซิเออร์ ปิกโน
เอด เบอาง (Pigneu fe Behaine) มิชชันนารีชาวฝรั่งเศส
และความสามารถของแม่ทัพเหงียน อัน (Nguyen Anh) ซึ่งต่อมาได้สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิญาลอง
*ต่อมาในสมัยพระเจ้ามิงห์หม่าง
มีนโยบายต่อต้านคาทอลิกเป็นเหตุให้ฝรั่งเศสเข้าแทรกแซงเวียดนาม และใน พ.ศ.2426 เวียดนามก็ตกเป็นอาณานิคมของประเทศฝรั่งเศส
โดยฝรั่งเศสได้แบ่งเวียดนามออกเป็น 3 ส่วน คือ
อาณานิคมโคชินจีนในภาคใต้ เขตอารักขาอันนามในตอนกลาง
และเขตอารักขาตัวเกี๋ยในภาคเหนือ
*ในพ.ศ.2484 เกิดขบวนการเวียดมินห์ขึ้น เพื่อขับไล่ฝรั่งเศสโดยมีโฮจิมินห์
เป็นผู้นำ
*ในพ.ศ.2497 เวียดนามทำอนุสัญญาเจนีวา เพื่อสงบศึกกับฝรั่งเศส
เป็นผลให้เวียดนามต้องแบ่งประเทศออกเป็น 2 ส่วน คือ
เวียดนามเหนือภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์ และเวียดนามใต้ภายใต้
การปกครองระบอบประชาธิปไตย
*ใน พ.ศ.2503 เกิดสงครามเวียดนาม เป็นสงครามระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้
สงครามนี้ยุติลงได้ด้วยชัยชนะของเวียดนามเหนือ
ทำให้เวียดนามรวมกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ชื่อประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
สถานที่ท่องเที่ยว
สุสานโฮจิมินห์
โฮจิมินห์
หรือที่ชาวเวียดนามเรียกว่า บั๊กโฮ ซึ่งแปลว่าลุงโฮ ฯ นั้น ถือเป็น
รัฐบุรุษอันดับหนึ่งของชาวเวียดนามตลอดกาล เพราะ โฮจิมินห์
เป็นแกนนำสำคัญในการปลดแอกเวียดนามจากการยึดครองของฝรั่งเศส
และในเวลาต่อมาก็ยังเป็นผู้ที่สามารถรวมเวียดนามเหนือ-ใต้
ให้กลายเป็นประเทศเวียดนามเพียงหนึ่งเดียวโดยสมบูรณ์ในสงครามเวียดนามอีก ด้วย
โฮจิมินห์
เสียชีวิตในวันที่ 2 กันยายน 1969 ซึ่งตรงกับวันชาติเวียดนามพอดี ทางรัฐบาลเวียดนามจึงประกาศว่า
โฮจิมินห์ เสียชีวิตในวันที่ 3 กันยายาน 1969 แทนเพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศในการเฉลิมฉลองวันชาติ
ฮาลองเบย์
สำหรับอ่าวฮาลอง หรือ
ฮาลองเบย์ นั้นได้ตามนิทานปรัมปราของชาวเวียดนาม
ที่กล่าวถึงมังกรโบราณซึ่งเคยร่อนมาลงในอ่าวนี้เมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ และชื่อของฮาลอง
ก็แปลได้ว่า มังกรร่อนลง จากความสวยงามและสมบูรณ์ของอ่าวฮาลอง
ทำให้ที่นี่ประกาศได้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ จากองค์กรยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2537 ซึ่งเป็นเสมือนประกาศนียบัตรที่ใครเห็นต่างเชื่อถือ
จึงทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศเวียดนาม ต้องล่องเรือมาชมอ่าวฮาลองเพื่อสัมผัสกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ
การแต่งกาย
อ่าวหญ่าย (Ao dai) เป็นชุดประจำชาติของประเทศเวียดนามที่ประกอบไปด้วยชุดผ้าไหมที่พอดีตัวสวมทับกางเกงขายาวซึ่งเป็นชุดที่มักสวมใส่ในงานแต่งงานและพิธีการสำคัญของประเทศ
มีลักษณะคล้ายชุดกี่เพ้าของจีน
ในปัจจุบันเป็นชุดที่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงเวียดนาม
ส่วนผู้ชายเวียดนามจะสวมใส่ชุดอ่าวหญ่ายในพิธีแต่งงาน หรือพิธีศพ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น