ชื่อทางการ : สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines)
เมืองหลวง : มะนิลา (Manila)
ศาสนาประจำชาติ : ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก
ดอกไม้ประจำชาติ : พุดแก้ว (Sampaguita
Jasmine)
วันชาติ : 12 มิถุนายน
วันที่เป็นสมาชิกอาเซียน : 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 (สมาชิกก่อตั้ง)
ภาษาประจำชาติ : ภาษาฟิลิปิโน
ภาษาราชการ : ภาษาฟิลิปิโน และภาษาอังกฤษ
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ที่มีมากถึง 7,107 เกาะ ซึ่งเมื่อรวมแล้วจะมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 300,000 ตารางกิโลเมตร (เป็นพื้นดิน 298,170 ตารางกิโลเมตร)
ถ้าลองเทียบขนาดแล้วก็จะมีขนาดประมาณ 3 ใน 5 ของประเทศไทย
ประเทศแห่งนี้ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก
ทางทิศเหนือและทิศตะวันตกติดกับทะเลจีนใต้
ทางทิศใต้และทิศตะวันออกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก
ภูมิประเทศ
หมู่เกาะของฟิลิปปินส์จะเป็นหมู่เกาะของเทือกเขาหินใหม่
ทำให้มักเกิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิดอยู่บ่อยครั้ง
และในปัจจุบันนี้ก็ยังมีภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุอยู่อย่างน้อย 22 ลูก โดยเฉพาะภูเขาไฟมายอน (Mayon) พินาตูโบ (Pinatubo) และทาล (Taal) นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ยังมีที่ราบแคบๆ
ซึ่งจะมีที่ราบที่สำคัญก็คือ ที่ราบตอนกลางของเกาะลูซอนที่เรียกว่า ที่ราบมะนิลา
ถือเป็นที่ราบที่ใหญ่ที่สุด
ฟิลิปปินส์แบ่งออกเป็น 3 หมู่เกาะหลักๆ คือ ลูซอน (Luzon) เป็นหมู่เกาะทางตอนเหนือของประเทศ
วิสายาส์ (Visayas) อยู่ทางตอนกลางของประเทศ
และ มินดาเนา (Mindanao) อยู่ทางตอนใต้
ภูมิอากาศ
ฟิลิปปินส์อยู่ในพื้นที่มรสุมเขตร้อน
มี 3 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน (ช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม) ฤดูฝน
(ช่วงเดือนมิถุนายน – ตุลาคม)
และฤดูหนาว (ช่วงเดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์)
และจากผลของการอยู่ในเขตมรสุม ฟิลิปปินส์จึงต้องประสบภัยธรรมชาติบ่อยครั้งจากพายุและไต้ฝุ่น
ประชากร
มีจำนวนประชากรประมาณ 94 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นชนพื้นเมืองของฟิลิปปินส์ที่เรียกว่า “ชาวมลายู” และรองลงมาจะเป็นลูกครึ่งจีน
ลูกครึ่งสเปน และลูกครึ่งอเมริกัน
การเมืองการปกครอง
ปกครองตามระบอบประชาธิปไตย
โดยมีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประมุขและเป็นหัวหน้าคณะผู้บริหารประเทศ
ฟิลิปปินส์จะแบ่งออกเป็น 17 เขต (79 จังหวัด และ 117 เมือง)
โดยแบ่งเป็นหมู่เกาะลูซอน (Luzon) มี 8 เขต หมู่เกาะวิสายาส์ (Visayas) มี 3 เขต และหมู่เกาะมินดาเนา (Mindanao) มี 6 เขต
เศรษฐกิจและทรัพยากรที่สำคัญ
ฟิลิปปินส์เป็นประเทศเกษตรกรรม
แต่มีเนื้อที่ที่ใช้ในการเพาะปลูกอยู่อย่างจำกัด
จึงทำให้พื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่อยู่บริเวณที่ราบต่ำและเนินเขาที่ปรับให้เป็นขั้นบันได
พืชเศรษฐกิจสำคัญ คือ มะพร้าว อ้อย ป่านอบากา และข้าวเจ้า นอกจากนี้ยังมีแร่ส่งออกที่สำคัญ
คือ เหล็กโครไมต์ ทองแดง เงิน
*เมื่อพ.ศ.2064 หลักจากที่เฟอร์ดินานด์ มาเจแลน (Ferdinand
Magellan) นักสำรวจชาวโปรตุเกสค้นพบหมู่เกาะฟิลิปปินส์
ทำให้ชาวตะวันตกได้รู้จักหมู่เกาะฟิลิปปินส์
*สเปนพยายามเข้ามาทำให้คนพื้นเมืองหันมานับถือศาสนาคริสต์จนทำให้เกิดความขัดแย้ง
และในที่สุดสเปนก็เข้ามายึดครองฟิลิปปินส์ยาวนานกว่า 300 ปี
*ต่อมาเกิดขบวนการเรียกร้องอิสรภาพที่นำโดยโฮเซ
รีซัล (Jose Rizal) ปัญญาชนชาวฟิลิปปินส์
ซึ่งก็ได้รับโทษประหารในเวลาต่อมา
*ในพ.ศ.2441 สหรัฐอเมริกาและสเปนเกิดความขัดแย้งกันจนเกิดเป็นสงคราม
แล้วสหรัฐอเมริกาก็ได้เข้ามาครอบครองฟิลิปปินส์แทนสเปนนานถึง 14 ปี (ตั้งแต่ช่วง พ.ศ.2442- พ.ศ.2456)
*หลังจากนั้น
ก็เกิดสงครามต่อต้านสหรัฐฯ ที่เรียกว่า Philippine American War ก่อนจะได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2489
สถานที่ท่องเที่ยว
สวนไรซาล
สวนไรซาล (Rizal Park) หรือมีอีกชื่อว่า
ลูเนตา (Luneta) เป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่ของเมือง
และเป็นทีตั้งของอนุสาวรีย์ โฮเซ่ ไรซาล (Jose Rizal) ซึ่งเป็นผู้นำในการปลดแอกฟิลิปปินส์จากสเปนในช่วง
ค.ศ.1896-1898 และในบริเวณเดียวกันก็เป็นจุดที่ฟิลิปปินส์ประกาศอิสรภาพเหนือสหรัฐอเมริกาในปี
ค.ศ. 1941 ด้วย
ป้อมซานติเอโก (Fort Santiago)
ป้อมซานติเอโก (Fort Santiago) ซึ่งเป็นด่านแรกที่ป้องกันการโจมตีจากข้าศึก
ที่เข้ามาทางปากแม่น้ำปาซิก จากอ่าวมะนิลา
ป้อมแห่งนี้ถูกทำลายจากการโจมตีของกองทัพสหรัฐ ต่อมาได้บูรณะซ่อมแซมเพื่อให้เป็น “ปูชนียสถานแห่งเสรีภาพ ” (Shrine of
Freedom) บริเวณรอบป้อมมีสวนหย่อม รายล้อมโดยมีรถม้าให้บริการ พาชมรอบบริเวณ
บริเวณดังกล่าว ยังมีสถานที่คุมขังนักโทษ ที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำปากแม่น้ำปาซิก
และส่วนหนึ่งของป้อมนี้ ถูกทำเป็นสนามกอล์ฟอย่างสวยงาม
การแต่งกาย
ผู้ชายจะนุ่งกางเกงขายาวและสวมเสื้อที่เรียกว่า บารอง ตากาล็อก (barong Tagalog) ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าใยสัปปะรด มีบ่า คอตั้ง แขนยาว ที่ปลายแขนเสื้อที่ข้อมือจะปักลวดลาย ส่วนผู้หญิงนุ่งกระโปรงยาว ใส่เสื้อสีครีมแขนสั้นจับจีบยกตั้งขึ้นเหนือไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ เรียกว่า บาลินตาวัก (balintawak)





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น