ชื่อทางการ :
สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)
เมืองหลวง :
จาการ์ตา (Jakarta)
ศาสนาประจำชาติ :
ศาสนาอิสลาม
ดอกไม้ประจำชาติ :
กล้วยไม้ราตรี (Moon Orchid)
วันชาติ : 17 สิงหาคม
วันที่เป็นสมาชิกอาเซียน : 8 สิงหาคม พ.ศ.2510 (สมาชิกก่อตั้ง)
ภาษาประจำชาติ :
ภาษาอินโดนีเซีย (Bahasa Indonesia)
ภาษาราชการ :
ภาษาอินโดนีเซีย (Bahasa Indonesia)
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
อินโดนีเซียมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 5,070,606
ตารางกิโลเมตรแบ่งเป็นพื้นที่ทางบก 1,904,443 ตารางกิโลเมตร
และพื้นที่ทางทะเล 3,166,163 ตารางกิโลเมตร
ภูมิประเทศ
ทิศเหนือ ติดกับทะเลจีนใต้และมหาสมุทรแปซิฟิก
ทิศตะวันตกเฉียงใต้
ติดกับมหาสมุทรอินเดีย
ทิศตะวันออก
ติดกับติมอร์ – เลสเต
และปาปัวนิวกินี
ทิศใต้ ติดกับทะเลติมอร์
อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีหมู่เกาะมากที่สุดในโลกประมาณ 17,508 เกาะ แบ่งพื้นที่เป็น 4 ส่วนคือ หมู่เกาะซุนดาใหญ่ หมู่เกาะซุนดาน้อย หมู่เกาะมาลุกุ
และอีเรียนจายา
ภูมิอากาศ
อินโดนีเซียอยู่ในเขตร้อนชื้นแบบศูนย์สูตร มี 2 ฤดู คือ ฤดูแล้ง (พฤษภาคม – ตุลาคม)
และฤดูฝน (พฤศจิกายน – เมษายน)
ประชากร
มีประชากรประมาณ 245 ล้านคน ประชากรมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ที่มีมากที่สุดคือ จาวา รองลงมาคือ
ซุนดา มาดู มาเลย์ และยังมีชนชาติพื้นเมืองอื่นๆ ที่กระจายกันอยู่ตามเกาะต่างๆ
การเมืองการปกครอง
อินโดนีเซียปกครองระบอบสาธารณรัฐแบบประชาธิปไตย
มีประธานาธิบดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร รวมทั้งเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ
โดยมีวาระการบริหารงาน 5 ปี
และอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 สมัย
สำหรับรัฐสภา จะประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนระดับภูมิภาค
ซึ่งการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะมีสภาประชาชนระดับท้องถิ่น
ประเทศอินโดนีเซียแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 33 จังหวัด โดยเป็นเขตปกครองสถานะพิเศษ
5 จังหวัด คือ จาการ์ตา อาเจะห์ ยอกยาการ์ตา ปาปัว และปาปัวตะวันตก
ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีเมืองหลวงหรือเมืองหลักอยู่ด้วย
เศรษฐกิจและทรัพยากรที่สำคัญ
ในอดีตเศรษฐกิจของอินโดนีเซียพึ่งพาการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก
แต่หลังเกิดวิกฤติการณ์น้ำมันในตลาดโลก อินโดนีเซียจึงหันมาพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นๆ
ได้แก่ การกลั่นน้ำมัน การต่อเรือ ประกอบรถยนต์ และการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้
อินโดนีเซียยังอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ แร่ธาตุต่างๆ
เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ดีบุก และเหล็ก
รวมทั้งมีภูมิประเทศที่เอื้อต่อการทำประมงจับสัตว์น้ำและทำเกษตรกรรม
โดยปลูพืชแบบขั้นบันได พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ยาสูบ ปาล์มน้ำมัน ยางพารา กาแฟ
โกโก้ และเครื่องเทศ
ประวัติ
*ในอดีตอินโดนีเซียเป็นแหล่งเครื่องเทศที่สำคัญ
จึงเป็นที่สนใจของชาวตะวันตก และตกเป็นอาณานิคมของประเทศเนเธอร์แลนด์นานกว่า 300 ปี
*พ.ศ.2485 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
ญี่ปุ่นได้ยึดครองอินโดนีเซียและขับไล่เนเธอร์แลนด์ออกไปได้สำเร็จ
*17 สิงหาคม พ.ศ.2488 อินโดนีเซียถือโอกาสประกาศเอกราชเพราะญี่ปุ่นแพ้สงคราม โดยมี
ซูการ์โน เป็นประธานาธิบดีคนแรก
แต่เนเธอร์แลนด์ไม่ยอมรับและพยายามกลับเข้ายึดครองอินโดนีเซียอีก
ทำให้เกิดการสู้รบกันอย่างรุนแรง
*พ.ศ.2489 ทั้งสองฝ่ายลงนามเพื่อยุติความขัดแย้งใน ข้อตกลงลิงกัดยาติ (Linggadjati Agreement) แต่ภายหลังเนเธอร์แลนด์ละเมิดข้อตกลงโดยนำทหารเข้าโจมตีอินโดนีเซียอีก
*ในวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ.2492 อินโดนีเซียจึงได้รับเอกราชจากเนเธอร์แลนด์
เนื่องจากสหประชาชาติกดดัน แต่เนเธอร์แลนด์ก็ไม่คืนดินแดนอิเรียนจายาตะวันตกให้
จนในที่สุดประชาชนในดินแดนนั้นได้ลงประชามติขอเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซียต่อสหประชาชาติจึงสามารถรวมกันได้สมบูรณ์ใน
พ.ศ.2506
สถานที่ท่องเที่ยว
วัดน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ (Pura Tirta Empul)
ในวัดจะมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งผุดพรายน้ำขึ้นมา
ชาวบาหลีล้วนเคารพบูชาวัดนี้ด้วยเชื่อว่ากำเนิดมา จากพระอินทร์
จึงมีชาวบ้านนิยมมาอาบน้ำ เก็บน้ำไปดื่มกิน
เพราะเชื่อว่าน้ำจากบ่อศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้สามารถรักษาโรค ต่างๆ
ขับไล่สิ่งเลวร้ายและจะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตเมื่อได้อาบหรือดื่มกิน
ตรงบริเวณทางออกของวัดแห่งนี้คือ ตลาดปราบเซียน
ซึ่งท่านจะได้ใช้ความสามารถในการต่อรองเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองในราคาถูกได้อย่างสนุกสนานและอย่าแปลกใจ
ที่แม่ค้าตลาดนี้สามารถพูดภาษาไทยได้
อูลูวาตู
วัดอูรูวาตู (Pura Uluwatu) มีลักษณะเด่นในเรื่องของความสวยงาม
เพราะตั้งอยู่ริมหน้าผามหาสมุทรอินเดีย เป็นสถานที่มีคนนิยมมาชมพระอาทิตย์ตกดิน
ไม่ไกลจากสนามบินเท่าไรนักเป็นสถานที่ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามมาก
วิหารแห่งนี้ได้มีการสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 ประตูผ่าซีก หรือ
จันดี เบินตาร์ ของวัดนี้ไม่ธรรมดาตรงที่ด้านข้างสลักเป็นลักษณะของปีก
ส่วนทางเข้าสู่ลานวัดชั้นที่สอง
ประจำยามโดยรูปปั้นพระคเนศเศียรช้างที่ผู้คนนับถือว่าเป็นเทพผู้ปัดเป่า อุปสรรค
สถานชั้นในสุดอันศักดิ์สิทธิ์ หรือ เจโรอัน นั้นได้เฉพาะผู้ที่จะสวดบูชาเพื่อเทพแห่งท้องทะเล
และนอกจากนี้เราจะได้พบกับฝูงลิงจำนวนมาก ซึ่งอาศัยอยู่ภายในวัดแห่งนี้
การแต่งกาย
เกบาย่า (Kebaya) เป็นชุดประจำชาติของประเทศอินโดนีเซียสำหรับผู้หญิง
มีลักษณะเป็นเสื้อแขนยาว ผ่าหน้า กลัดกระดุม ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส
ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ ส่วนผ้าถุงที่ใช้จะเป็นผ้าถุงแบบบาติก
ส่วนการแต่งกายของผู้ชายมักจะสวมใส่เสื้อแบบบาติกและนุ่งกางเกงขายาวหรือเตลุก
เบสคาพ (Teluk Beskap) ซึ่งเป็นการแต่งกายแบบผสมผสานระหว่างเสื้อคลุมสั้นแบบชวาและโสร่ง
และนุ่งโสร่งเมื่ออยู่บ้านหรือประกอบพิธีละหมาดที่มัสยิด





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น