ชื่อทางการ :
บรูไนดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)
เมืองหลวง : บันดาร์เสรีเบกาวัน (Bandar Seri Begawan)
ศาสนาประจำชาติ :
ศาสนาอิสลาม
ดอกไม้ประจำชาติ :
ดอกซิมปอร์ (Simpor) ดอกซิมปอร์มีปรากฏอยู่บนธนบัตร
1 ดอลลาร์บรูไนด้วย
วันชาติ : 23 กุมภาพันธ์
วันที่เป็นสมาชิกอาเซียน : 7 มกราคม พ.ศ.2527
ภาษาประจำชาติ :
ภาษามาเลย์ (Bahasa Melaysia)
ภาษาราชการ :
ภาษามาเลย์ (Bahasa Melaysia)
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
บรูไนมีพื้นที่ประมาณ 5,765 ตารางกิโลเมตร
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บนเกาะบอร์เนียว ในทะเลจีนใต้
ภูมิประเทศ
ประกอบด้วยพื้นที่สองส่วนที่ไม่ติดกัน
โดยพื้นที่ด้านตะวันตก มีประชากร 97%
ส่วนพื้นที่ด้านตะวันออกซึ่งเป็นภูเขา มีประชากรเพียง 10,000 คน สำหรับพื้นที่ชายฝั่งทางด้านเหนือของบรูไน
ติดกับทะเลจีนใต้ ส่วนพรมแดนทางบกที่เหลือทั้งหมดถูกล้อมรอบด้วยรัฐซาราวักประเทศมาเลเซีย
ภูมิอากาศ
ภูมิอากาศเขตร้อน
มีอุณหภูมิและความชื้นสูง และมีฝนตกชุกตลอดปี
ประชากร
มีจำนวนประชากรประมาณ 401,890 คน
ส่วนใหญ่มีเชื้อชาติมลายูรองลงมาคือ จีน และชาวพื้นเมือง
การเมืองการปกครอง
ปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นทั้งประมุข
นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พระมหากษัตริย์ของบรูไนจะต้องเป็นชาวบรูไนเชื้อสายมาเลย์โดยกำเนิดและนับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี่
สำหรับพรรคการเมืองจะถูกจำกัดบทบาทอย่างมาก ปัจจุบันบรูไนแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 เขต คือบรูไน- มูอารา เบเลต ตูตง และเตมบูรง
เศรษฐกิจและทรัพยากรที่สำคัญ
บรูไนเป็นประเทศร่ำรวย เพราะเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 3 ในอาเซียน และเป็นผลิตก๊าซธรรมชาติ LNG เป็นอันดับ 4 ของโลก สินค้าส่งออกที่สำคัญ คือ น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ นอกจากนี้
บรูไนยังมีอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่มีมาตรฐานการผลิตที่ถูกต้องตามบัญญัติของศาสนาอิสลาม
ปัจจุบันบรูไนมีการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความหลากหลาย
โดยการส่งเสริมบทบาทของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม รวมทั้งเปิดเสรีด้านการค้า
ประวัติ
*ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่
14-16 บรูไนมีอำนาจและชื่อเสียงทางด้านการค้า และครอบครองอาณาเขตส่วนใหญ่ในเกาะบอร์เนียวและส่วนหนึ่งของหมู่เกาะซูลุ
*ต่อมาเมื่อสเปนและฮอลันดาแผ่อำนาจเข้ามาในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บรูไนก็เสียดินแดนและเสื่อมอำนาจลง
*ใน พ.ศ.2449 บรูไนได้ลงนามในสนธิสัญญายินยอมเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษ
เพราะเกรงว่าจะต้องเสียดินแดนไป
และหลังจากนั้นไม่นานบรูไนก็สำรวจพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เมืองเซรีอา
ทำให้บรูไนเป็นประเทศที่มีฐานะมั่งคั่ง
*ใน พ.ศ.2505 พรรคประชาชนบอร์เนียวได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นจากการเลือกตั้ง
แต่ถูกกีดกันไม่ให้จัดตั้งรัฐบาล จึงมีความพยายามที่จะยึดอำนาจจากสุลต่านแต่ไม่สำเร็จ
รัฐบาลของสุลต่านจึงประกาศกฎอัยการศึก โดยต่ออายุประกาศทุกๆ 2 ปี เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
*บรูไนได้รับเอกราช
เมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2527 หลักจากอยู่ภายใต้อารักขาของอังกฤษมานานถึง 95 ปี
สถานที่ท่องเที่ยว
เมืองบินบันดาร์ เสรี เบกาวัน
เมืองบินบันดาร์ เสรี เบกาวัน
เป็นเมืองหลวงและเมืองท่าที่สำคัญของประเทศบรูไนอยู่ในเขตการปกครองบรูไน-เมารา
มีประชากรประมาณ 60,000 คน เดิมชื่อว่า
เมืองบรูไน ภายหลังเมื่อบรูไนพ้นจากการคุ้มครองของอังกฤษแล้ว
จึงเปลี่ยนชื่อมาเป็นบันดาร์เสรีเบกาวัน
ปัจจุบันกรุงบันดาเสรีเบกาวันเป็นศูนย์กลางการเงินธุรกิจการค้า
และการอุตสาหกรรมของประเทศ
ทั้งยังเป็นสถานที่ผลิตน้ำมันปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติด้วย
เมืองหลวงของบรูไนเป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญของประเทศ เช่น พระราชวังหลวง
ศูนย์ประวัติศาสตร์บรูไนพิพิธภัณฑ์บรูไน สุเหร่าที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกตะวันออกคือ
มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟัดดิน และ กัมปงเอเยอร์
หมู่บ้านดั้งเดิมของชาวบรูไนที่ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบรูไน
พิพิธภัณฑ์โรยัลเรกกาเลีย
พิพิธภัณฑ์โรยัลเรกกาเลีย
พิพิธภัณฑ์ที่ได้รับการโหวตจากประเทศ ในอาเชี่ยนว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าชมที่สุด
เป็นที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของสุลต่านองค์ปัจจุบัน อาทิ เครื่องทรงทองคำ
ในวันขึ้นครองราชย์และเครื่องบรรณาการจากผู้นำประเทศต่าง ๆ ชมมงกุฏทองคำ
บัลลังก์ทองคำ เครื่องทองคำ รวมทั้งเครื่องราชย์มากมายที่พระองค์ได้รับ
การแต่งกาย
ผู้หญิงบรูไนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใส
โดยมากมักจะเป็นเสื้อผ้าที่คลุมร่างกายตั้งแต่ศีรษะ จรดเท้า
ผู้หญิงมุสลิมจะสวมผ้าคลุมศีรษะในที่สาธารณะและในสถานที่ราชการ
ผู้ชายมุสลิมแต่งกายเป็นทางการทั้งในสถานที่ราชการและที่สาธารณะ
คือจะสวมเสื้อแขนยาว ตัวเสื้อยาวถึงเข่า นุ่งกางเกงขายาวแล้วนุ่งโสร่ง




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น