ประเทศกัมพูชา

ประวัติของประเทศกัมพูชา


ชื่อทางการ             : ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)
เมืองหลวง              : พนมเปญ (Phnom Penh)
ศาสนาประจำชาติ   : ศาสนาพุทธ นิกายเถรวาท
ดอกไม้ประจำชาติ   : ดอกลำดวน (Rumdul)
วันชาติ                  : 9 พฤศจิกายน
วันที่เป็นสมาชิกอาเซียน : 30 เมษายน พ.ศ.2542
ภาษาประจำชาติ     : ภาษากัมพูชา
ภาษาราชการ         : ภาษากัมพูชา

ลักษณะทางภูมิศาสตร์
          กัมพูชาตั้งอยู่ในอินโด แปซิฟิก มีพื้นที่ประมาณ 181,035 ตารางกิโลเมตร

ภูมิประเทศ
          มีลักษณะคล้ายอ่าง โดยตรงกลางเป็นแอ่งทะเลสาบและลุ่มแม่น้ำโขงอันกว้างขวาง มีภูเขาล้อมรอบ 3 ด้าน มีแม่น้ำสำคัญคือ แม่น้ำโขง แม่น้ำทะเลสาบ แม่น้ำบาสัก ทะเลสาบโตนเลสาบ
          ด้านตะวันออก                             มีเทือกเขาอันนันกั้นเวียดนาม
          ด้านเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือ     มีเทือกเขาพนมดงรักกั้นเขตไทย
          ด้านใต้และตะวันตก             มีเทือกเขาบรรทัดกั้นเขตไทย
          ด้านตะวันออกเฉียงใต้          เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง

ภูมิอากาศ
          มรสุมเขตร้อน เป็นแบบร้อนชื้นแถบมรสุม มีฝนตกชุกที่ยาวนาน

ประชากร
         มีจำนวนประชากรประมาณ 14.13 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา รองลงมาคือ เวียดนาม จีน และอื่นๆ

 การเมืองการปกครอง
         มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน
         ส่วนการปกครอง กัมพูชาแบ่งเขตการปกครองเป็น 23 จังหวัด (เรียกว่า เขต) ซึ่งแต่ละจังหวัดจะมีอำเภอที่เป็นศูนย์กลางปกครองเรียกว่า กรุง โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ปกครอง

เศรษฐกิจและทรัพยากรที่สำคัญ
         รัฐบาลกัมพูชาให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อมุ่งขจัดความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเร่งรัดการพัฒนาโครงพื้นฐานทางเศรษฐกิจ เช่น การสร้างสนามบิน ถนน ไฟฟ้า ประปา และสาธารณูปโภคต่างๆ รวมทั้งส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ รายได้หลักของกัมพูชามาจากภาคเกษตรกรรม พืชที่สำคัญคือ ข้าวเจ้า ยางพารา พริกไทย นอกจากนี้ยังมีการทำประมงน้ำจืดและป่าไม้ด้วย ส่วนภาคอุตสาหกรรมยังเป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อม ส่วนใหญ่เป็นโรงสีข้าว โรงเลื่อย รองเท้า เป็นต้น

ประวัติ
          *กัมพูชาเริ่มต้นขึ้นจากการที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ได้รวบรวมอาณาจักรขอมให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันใน พ.ศ.1345 ซึ่งอาณาจักรมีความรุ่งเรืองมากว่า 600 ปี
          *พ.ศ.2406 กษัตริย์นโรดม (Norodom) ได้ลงนามในสนธิสัญญาฉบับแรกกับฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่กัมพูชาตกอยู่ในอำนาจของฝรั่งเศส
          *พ.ศ.2497 กัมพูชาได้รับเอกราชอย่างสมบูรณ์ตามข้อตกลงในสนธิสัญญาเจนีวา
          *พ.ศ.2513 มีการเปลี่ยนการปกครองมาเป็นสาธารณรัฐ แต่กลับล่มสลายใน พ.ศ.2518 เมื่อเขมรแดงหรือพรรคคอมมิวนิสต์กัมพูชา ภายใต้การนำของพอล พต ขึ้นเป็นผู้นำ
          *พ.ศ.2522 กลุ่มกัมพูชาฝ่ายซ้ายล้มล้างรัฐบาลของเขมรแดง และปกครองประเทศ       
          *พ.ศ.2535 กองกำลังสหประชาชาติ (UNTAC) เข้าจัดการและฟื้นฟูกัมพูชา โดยแต่งตั้งให้มีนายกรัฐมนตรี 2 คน คือ เจ้านโรดม รณฤทธิ์ และฮุนเซน
          *ต่อมาฮุนเซนได้ทำรัฐประหาร และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในพ.ศ.2541 โดยมีตนเองได้ดำรงนายกรัฐมนตรีต่อมาจนถึงปัจจุบัน


สถานที่ท่องเที่ยว
Angkor Wat :  มหาปราสาทนครวัด







     สถานที่ท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชาที่มีชื่อเสียงเกรียงไกรดึงดูดชาวต่างชาติหลายหลายภาษาและวัฒนธรรมเข้ามาท่องเที่ยวและทำความรู้จักกับประเทศกัมพูชาตามประวัติแล้ว ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้น เพื่อเป็นศาสนสถานอุทิศถวายพระวิษณุในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2และสิ่งที่สร้างชื่อให้แก่ปราสาทแห่งนี้ ก็คือความยิ่งใหญ่ ของตัวปราสาทที่เริ่มตั้งแต่สะพานนาคและ คูน้ำรอบรอบตัวปราสาท องค์ปราง 5ยอดและระเบียงคตภายในตัวปราสาทที่รอบๆผนังของระเบียงคตจะถูกแกะสลักรูปนางอัปสรา มากกว่า 1000องค์โดยที่แต่ละองค์ จะมีเครื่องแต่งกายและทรงผมไม่ซ้ำแบบกันเลยและจะมีเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่ยิ้มเห็นฟันถ้ามีโอกาศได้ไปต้องลองหาดูว่านางอัปสราองค์นี้อยู่ตรงใหน ถัดเข้าไปดุด้านในอีกชั้นจะเป็นผนังรอบปรางค์ประธานทั้ง 4ด้านที่มีการแกะสลักเรื่องราว เกี่ยวกับศาสนาฮินดูและการยกทัพสู้รบในอดีต โดยเฉพาะระเบียงคตตะวันออก ด้านทิศใต้ ที่แกะสลักเป็นเรื่องราวของการกวนเกษียรสมุทรและระเบีงคตทิศใต้ ด้านตะวันตกที่แกะสลักเรื่องราวกองทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่สองที่แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของชนชาติขอมในสมัยนั้นและถ้าหากได้มีโอกาสขึ้นไปบนยอดของปรางประธานเราสามารถชมวิวเมืองนครวัดในมุมสูงที่สวยงามมาก


Angkor Thom    : เมืองพระนครหลวง



      ที่ก่อตั้ง ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ เป็นช่วงเวลาที่รุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักรขอม ก่อนที่จะค่อย ๆ ล่มสลาย  ภายในของเมือง จะประกอบด้วยปราสาทน้อยใหญ่ หลายปราสาท ลานช้าง ลานพระเจ้าขี้เลื้อนแ ต่ไฮไลท์สำคัญ ของเมืองจะอยู่ที่ ปราสาทบายน  ความอัศจรรย์ ของปราสาทแห่งนี้คือ ยอดของปราสาทที่สร้างเป็น พระพักตร์ ของพระอวโลกิเคศวร  หันหน้า ออก4 ทิศ ทั้ง 54 ยอด รวมทั้งหมด 216 หน้าและอย่าลืมแวะมาถ่ายรูปประตูเมืองพระนครทางทิศใต้ ที่เป็นอีก 1 จุด ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

การแต่งกาย



    ชุดประจำชาติของกัมพูชาคือ ซัมปอต (Sampot) หรือผ้านุ่งกัมพูชา ทอด้วยมือ มีทั้งแบบหลวมและแบบพอดี คาดทับเสื้อบริเวณเอว ผ้าที่ใช้มักทำจากไหมหรือฝ้าย หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ซัมปอตสำหรับผู้หญิงมีความคล้ายคลึงกับผ้านุ่งของประเทศลาวและไทย ทั้งนี้ ซัมปอดมีหลายแบบซึ่งจะแตกต่างกันไปตามชนชั้นทางสังคมของชาวกัมพูชา ถ้าใช้ในชีวิตประจำวันจะใช้วัสดุราคาไม่สูง ซึ่งจะส่งมาจากประเทศญี่ปุ่น นิยมทำลวดลายตามขวาง ถ้าเป็นชนิดหรูหราจะทอด้ายเงินและด้ายทอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น